€¦  · Web view ·...

Preview:

Citation preview

บทท 20 การประมวลผลขอมลดวยคอมพวเตอร : โปรแกรม

SPSS for Windows

การประมวลผลขอมลการประมลผลขอมลเปนการจดการกบขอมลอยางมระบบ เพอให

ขอมลทไดรบการประมวลผลแลวอยในรปทสามารถนำาไปใชงานไดอยางมประสทธภาพ ซงมขนตอน ดงน

1. การเตรยมขอมลเพอการประมวลผล(Input Data)2. การประมวลผลขอมล (Processing)3. การนำาเสนอผลลพธ (Output)

การเตรยมขอมลเพอการประมวลผล1 การเกบรวบรวมขอมล เปนการเกบรวบรวมขอมลทไดจากรป

แบบตางๆเชนแบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบสมภาษณ ทงทเปนขอมลปฐมภมและทตยภม

2. การเปลยนสภาพขอมล เปนการเปลยนสภาพขอขอมลทเกบรวบรวมมาไดใหอยในรปแบบทสะดวกหรอเหมาะสมตอการนำาไปประมวลผล ซงประกอบดวย

2.1 การลงรหส (Coding) เปนการเปลยนรปแบขอมลโดยใหรหสแทนขอมลเพอทำาใหสามารถจำาแนกลกษณะขอมล รหสทใชแทนขอมลอาจจะอยในรปตวเลข ตวอกษร หรอขอความ ซงโดยปกตนยมกำาหนดรหสขอมลใหเปนตวเลข (ยกเวนโปรแกรมทใชประมวลผลขอมลในการวจยเชงคณภาพโดยเฉพาะ) ไมวาจะเปนขอมลเชงคณภาพหรอเชงปรมาณ แตการนำาไปวเคราะหหรอประมวลผล และการตความจะแตกตางกนไป

128

2.2 การแกไข (Editing) เปนการตรวจสอบความถกตองของขอมลรวมทงขอมลทไดแปลงใหอยในรปรหสแลว รวมทงการตรวจสอบความสมบรณของขอมล และแกไขปรบปรงใหถกตอง

2.3 การเปลยนสภาพ (Transforming) เปนการเปลยนรปแบบของขอมลเพอสะดวกในการวเคราะห หรอประมวลผล

3. การประมวลผล (Data processing) เปนการนำาขอมลทไดจากการเปลยนสภาพแลว มาทำาการวเคราะหขอมล ซงในปจจบนจะใชโปรแกรมสำาเรจรปทางสถต ชวยในการวเคราะห ซง การวเคราะห อาจจะเปนการวเคราะหขนตน เชน การเรยงลำาดบ(Sorting) การรวบรวมขอมล (Merging) หรอการวเคราะหในระดบทสงขนมาอก เชน การประมาณคา (Estimate) การทดสอบสมมตฐาน (Hypothesis testing) หรอการวเคราะหโดยใชสถตชนสงอนๆ

4. การแสดงผลลพธ (Output) เปนการนำาเสนอผลลพธจากการวเคราะหขอมลใหอยในรปทเขาใจงาย ซงอาจเปนรายงาน ตาราง กราฟ หรอแผนภมอนๆ

การสรางรหสสำาหรบตวแปรโดยปกตในการวจย ผวจยจะออกแบบการวจยโดยกำาหนดตวแปร

ไวตงแตกอนการเกบรวบรวมขอมลแตถาเปนขอมลทมการรวบรวมเพอประมวลผลเพอวตถประสงคใดประสงคหนงอาจไมไดกำาหนดตวแปรไวลวงหนากได ดงนนเมอมการเกบรวบรวมขอมลแลว จะตองกำาหนดตวแปรหรอคารหสของตวแปร การกำาหนดชอตวแปรนนจะตองกำาหนดทงขอมลทเปนเชงคณภาพและเชงปรมาณ สวนการใหคารหสนนมกจะใชกบตวแปรเชงคณภาพ เชน เพศ อาชพ ศาสนา วฒการศกษาเปนตน สวนตวแปรเชงปรมาณกใชคาทไดจากการเกบรวบขอมลจรง เชน อาย กจะใสคารหส ตามอายจรงทไดจากการเกบรวบรวมขอมลมา ยกเวน แตมการกำาหนดชวงอายหรอจดกลมอายไวตงแตกอนการเกบขอมล ในลกษณะอยางนจำาเปนตองกำาหนดคารหสเชนกน

129

ในบางครงการกำาหนดตวแปรหรอกำาหนดรหสจะทำาควบคกบเครองมอการวจย ซงคำาถาม 1 คำาถาม จะสามารถสรางตวแปรไดอยางนอย 1 ตวแปร และคาของตวแปรทไดกคอขอมลนนเอง สามารถแสดงตวอยางการกำาหนดตวแปรและการใหคารหสตวแปรจากแบบสอบถาม ดงน

แบบสอบถามเพอการวจย หมายเลข...

........สำาหรบเจาหนาท

ตอนท 1 สถานภาพสวนบคคล คำาชแจง กรณากาเครองหมาย ลงในชอง ทตรงกบความเปนจรงของทาน

1. เพศ 1.ชาย 2. หญง2. อาย.........................ป3. ประสบการณในการทำางาน........................ ป4. ระดบการศกษา 1. ตำากวาปรญญาตร 2. ปรญญาตร 3.ปรญญาโทขนไป5. ขนาดโรงเรยนททำางานอยปจจบน 1. ขนาดเลก 2. ขนาดกลาง 3. ขนาดใหญ

SEX AGE EXP EDU

SIZE

จากตวอยางแบบสอบถาม จะเหนวา ทางดานขวามช อตวแปรกำาหนดไว โดยการตงชอตวแปรจะเปนภาษาไทยหรอองกฤษกได การกำาหนดชอตวแปรทจะใชประมวลผลดวยคอมพวเตอรนนควรกำาหนดชอใหสอดคลองกบตวตวแปรในการวจยในเรองนนๆ ซงจะทำาใหสะดวกตอ

130

การจำาและทำาความเขาใจ ในกรณทใชโปรแกรม SPSS for Window จะมความยาวไมเกน 8 ตวอกษรซงจะกลาวถงในรายละเอยดตอไป นอกจากนจะมชองสเหลยมสำาหรบใสคารหสของตวแปร ซงไดมาจากการตอบแบบสอบถาม ผวจยควรท ำาสมดคมอการกำาหนดรหสให ตวแปร โดยกำาหนดชอตวแปร ชนดของตวแปร ขนาดของตวแปร และการใหคารหสตวแปร

ตวอยางการจดทำาคมอการลงรหส

คำาถามท

ชอตวแปร

รายการขอมล

ขนาดตวแปร(จำานวนหลก)

คารหส ขอสงเกต

1 SEX ชอ 1 1 ชาย2หญง 9ไมตอบ/ตอบสองขอ

เลอกไดคำาตอบเดยว

2 AGE อาย 2 20 – 60 ตามจรง99 ไมตอบ

อายจรง

3 EXP ประสบการณ

2 01 – 40 ตามจรง99 ไมตอบ/มากวา 40

ประสบการณจรง

4 EDU การศกษา 1 1 ตำากวาปรญญาตร2 ปรญญาตร3 ปรญญาโทขนไป9ไมตอบ/ตอบมากกวา 1 ขอ

เลอกไดคำาตอบเดยว

131

5 SIZE

ขนาดโรงเรยน

1 1 ขนาดเลก2ขนาดกลาง3ขนาดใหญ9ไมตอบ/ตอบมากกวา 1 ขอ

เลอกไดคำาตอบเดยว

การจดทำาคมอลงรหสจะทำาใหการลงขอมลไดไมผดพลาดโดยเฉพาะเมอตวแปรมจำานวนมาก อยางไรกตาม ในบางครงจะนำาขอมลทไดจากเครองมอการวจย ไปเขยนลงในกระดาษลงรหส(Paper code) แลวคอยนำาขอมลทลงรหสในการกระดาษลงรหสไปลงในโปรแกรมคอมพวเตอร ในกรณอาจจะเปนการทำาขอมลซำาซอนแตจะสะดวกตอการลงรหสในโปรแกรม SPSS มากขน และยงสะดวกตอการตรวจสอบในกรณลงรหสในโปรแกรมผด เปนประโยชนกได ซงในกระดาษลงรหสนจะมลกษณะคลายกบหนาตาง Data editor ของ SPSS for window ซงจะประกอบดวย หมายเลขแบบสอบถาม ตวแปร และคารหสของตวแปร ดงตวอยาง

หมายเลขแบบสอบถา

ตวแปร (เทากบจำานวนขอคำาถามในเครองมอการวจย)SEX AGE EXP EDU SIZE ….

1 1 42 5 1 1 ….2 1 35 7 1 1 ….3 0 39 9 2 2 ….4 1 48 10 3 3 ….5 0 50 7 2 3 …....

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

132

การใชโปรแกรม SPSS for Windows

โปรแกรม SPSS เปนโปรแกรมทใชในการวเคราะหขอมลทางสถตทไดรบความนยมอยางแพรหลายมานานตงแต ยงใช เวอรชน DOS จนกระทง เวอรชนทใชใน Windows ไดมการพฒนาและปรบปรงอยตลอด โปรแกรม SPSS มความสามารถมากมายแตสำาหรบการใชโปรแกรม SPSS ในเนอหานจะพดถงสวนทจำาเปนและเกยวของกบการเรยนการสอนเทานน

การเปด File หรอ การสราง File ใหม

133

ผลการเปดโปรแกรมครงแรก สามารถเปด file เดมทมยแลว(เคยใชงาน)

ภาพประกอบ

ในกรณทเรา กดปม cancel เราจะได หนาตาง SPSS Data Editor ซงเปนหนาตางสำาหรบกรอกและแกไขขอมล รวมทงการประมวลผลอนๆ

ในกรณทตองการเปด File ทมอยแลวให Click ท File Open Data หรอ Click ท บน Tool Bar จะไดหนาจอ ดงภาพประกอบ 2 หลงจากนนใหเลอก File ทเราตองการ และ Click ท Open ในภาพเปนการเปด File ชอ Forteach

134

เปด File ใหม : เลอก file ทตองการเปด

ภาพประกอบ 3

ภาพประกอบ

ผลการเปด File จะไดดงภาพประกอบ 3

ภาพประกอบ 4การกำาหนดคาตวแปร

อยางไรกตาม สงทเราตองทำากอนวเคราะหขอมล กคอ การกำาหนดคาตางๆใหตวแปร โดยการ Click ท Vairable View บรเวณดานลางขวาของหนาตาง SPSS Data Editor ซงในกรณทเปน File ทยงไมกรอกขอมล หรอ ยงไมกำาหนดคาตวแปรจะไดผลดงภาพประกอบ 5

135

ในกรณทเปด file เพอกรอกขอมล ผวจยตองกำาหนดคาตวแปรตางๆกอนการกำาหนดคาตางๆเกยวกบ

ภาพประกอบ 5

แตถา กำาหนดแลว จะไดผลดงภาพประกอบ 6 ซงมาจาก File : Forteach

ภาพประกอบ 6คาตางๆทตองกำาหนดใหกบตวแปรName : ชอตวแปร Value : กำาหนดคาหรอความหมายของตวแปรType : ประเภทของตวแปร Missing : กำาหนดคาผดพลาดใหกบตวแปรWidth : จำานวนความกวาง Colums : กำาหนดความวางของ Column(ตวเลขพรอมตำาแหนงทศนยม)ตวเลขทตองกรอก

136

Decimal : จำานวนตำาแหนงทศนยม Align : กำาหนดการวางของขอมลLabel : ฉลากตวแปร Measure : ระดบการวดของตวแปร

การกำาหนดชอตวแปร (Name)ในการกำาหนดชอตวแปรในโปรแกรม SPSS นนสามารถกำาหนด

ไดทงทเปน ภาษาไทยและภาษาองกฤษ แตจะกำาหนดไดเพยง 8 ตวอกษร และกำากำาหนดชอตวแปรนนควรกำาหนดใหสอดคลองกบสภาพจรงของตวแปร เชน ตวแปร เพศ กควรกำา เพศ หรอ SEX เปนตน การกำาหนดชอตวแปรใน SPSS จะกำาหนดไดไมเกน 8 ตวอกษร ทำาไดโดย Click ท Cell ในชอง ของตวแปรทเราตองการกำาหนดชอ

ภาพประกอบ 7

การกำาหนดประเภท (Type)การกำาหนดประเภทของตวแปร ทำาได ตามขนตอนท และ

137การกำาหนดคาของตวแปรประเภทตางๆ ซงโดยปกต

Click แลวพมพชอตวแปร

ภาพประกอบ 8

Numeric : หมายถงตวแปรชนดตวเลข ซงรวมทงเครองหมายบวกหรอลบหนาตวเลข และทศนยม ซงผวจยตองกำาหนดความกวาง (Width) และจำานวนหลกของตวเลขหลงจดทศนยม(Decimal Places) เชน 8 หมายถง ความกวาง ซงจะรวมถง จด และตำาแหนงทศนยม สวน 2 หมายถง ตำาแหนงทศนยม โปรแกรม SPSS สามารถกำาหนดความกวางได 40 หลก

Comma : จะรวมตวเลข เครองหมายบวกหรอลบ จด และเครองหมาย Comma (,) ทคนระหวางหลกรอยกบหลกพน

Dot : จะรวมตวเลข เครองหมายบวกหรอลบ เครองหมาย Comma สำาหรบแสดงหรอคนทศนยม และใชเครองหมายจด สำาหรบคนหลกพน

Scientific Natation : เปนตวแปรทมคาเปนตวเลขและสญลกษณทางวทยาศาสตร เชน E รวมถงเครองหมายบวกหรอลบ เชน 123 123E4 123E+3 123E-3 เปนตน

Date : เปนตวแปรชนด วนท นนคอขอมลอยในรปวน เดอน ป Dollar : เปนตวแปรทรวมเครองหมาย $ มจด 1 จดสำาหรบ

ทศนยม ม Comma สำาหรบคนเลขหลกพน

138

Custom : Custom Currency แบงเปน 5 รปแบบ คอ CCA CCB CCC CCD และ CCE

String : เปนตวแปรทเปนตวอกษร ตวเลข หรอเครองหมายตางๆ ได

การกำาหนดคาฉลากใหตวแปร

ภาพประกอบ 9

กรอกคาทกำาหนดใหกบตวแปร ในทนตวแปรเพศ กำาหนดให เพศชาย เปน 1 และ เพศหญงเปน 2 ขอนตอนในกำาหนดคาฉลาก

1. พมพ เลข 1 ลงในชอง Value2. พมพ male ลงในชอง Value Label (สามารถกรอก

เปนภาษาไทยได)3. กดปม Add ในกรณกำาหนดคาใหเพศหญง ทำาเชนเดยวกบ เพศชาย

เพยงเปลยนจาก 1 เปน 2 และเปลยนจาก male เปน female สวน

139

ปม Change มไวสำาหรบแกไข และถาตองการลบออก ใหกด Remove

ภาพประกอบ 10

การปรบเปลยนขอมล1.การปรบเปลยนขอมลโดยใช Compute

140

กำาหนดคาผด กำาหนดจำานวน กำาหนดตำาแหนง

กำาหนดระดบการวดใหตวแปร

Click ท

โดยปกต ตวแปรทตองกำาหนดคาฉลากน จะเปนตวแปรทมระดบการวด เปน Norminal หรอ Ordinal สวนตวแปรทมระดบการวดตงแต Interval ขนไปมกไมนยมกำาหนดคา

ภาพประกอบ 11

ภาพประกอบ 12กำาหนดตวแปรใหมหรอตวแปรเปาหมายตวแปรเดมสวนสำาหรบนำาตวแปรเดมมา compute ใหเปนตวแปรใหมFunctions ทางคณตศาสตร

141

Click ท compute

ภาพประกอบ 13

ภาพปรกอบ 14

การทดสอบ t-test แบบกลมตวอยางเปนอสระจากกน

142

ตวแปรใหม eanxiety มาจากการหาคาเฉลยของ

ผลทไดจากการ compute จะเกดตวแปรใหม อยตอจาก

1

ภาพประกอบ 15ขนตอนAnalyze > Compare Means > Independent-Sample T Test

ผลจะได หนาตาง Independent Sample T test หลงจากนนใหทำาตามขนท 1 ถง ขนตอนท 8

143

1.เลอกตวแปรทตองการ 2.

click

3. ชองสำาหรบตวแปรตามทตองการทดสอบ สามารถใสไดมากกวาหนงตวแปร

ภาพประกอบ 17

144

4.ชองสำาหรบตวแปรอสระ ซงตองเลอกมาจากชองตวแปรดานซาย เมอ

5. Click

6.กำาหนดกลม เพอเปนระบกลมทตองการ

7.ใสคาของตวแปรลงไป ในทน 1 หมายถง เพศชาย 2 หมายถงเพศหญง หลง8. Click

ปม OK

ผลการวเคราะหขอมลจะได หนาตางทเรยกวา SPSS Viewer ซงนาตางนสามารถวเคราะหขอมลได โดยไมตอง

ภาพ

ภาพประกอบ 18

ภาพประกอบ 19

145

ตวแปร ตวแปร

ภาพประกอบ 20

การทดสอบความเทากนของความแปรปรวน โดยใช F –test การพจารณาวาความแปรปรวนเทากนหรอไมใหดไดจากชอง Sig (หมายถงระดบนยสำาคญทางสถต) ถาคา > .05 แสดงวา ความแปรปรวนเทากน แตถา < .05 แสดงวา ความแปรปรวนแตกตางกนอยางมนยสำาคญทางสถต

ผลการทดสอบสมมตฐานดวย t-test จะเหนวา คา t ม 2 คา จะใชคาใดขนอยกบผลการทดสอบความเทากนของความแปรปรวน ถา F-test ไมมนยสำาคญทางสถตใหใชคาบน แตถามนยสำาคญทางสถตใหใชคาลาง จากตาราง ในกรณตวแปร EANXIETY พบวา คา F ไมมนยสำาคญทางสถต (Sig >.05) แสดงวาความแปรปรวนเทากน คา t ทใช ค อ -5.393 ,df=88 แ ล ะ sig = .000 (sig <.001) ซ งหมายความวา ครอาจารยทมเพศตางกนมความวตกกงวลในเหตการณแตกตางกนอยางมน ยส ำาคญทางสถตท ระด บ .001 สวนตวแปร PERFOM กอานคาในลกษณะเดยวกน

การวเคราะห One - way ANOVA

146

ขนตอนAnalyze > Compare Means > One-way ANOVA หลงจากนนใหทาตามขนตอน ท 1 ถงขนตอนท 8 ดงภาพประกอบ 22 - 25

ภาพประกอบ 22

147

1.เลอกตวแปรอสระ

2.ชองสำาหรบตวแปรตามท

3.ตวแปร 4. Click ปม Option เพอ

ภาพปรก

ภาพประกอบ 23

ภาพประกอบ 24

148

5. ผลทไดจากการ Click ปม option ให check ท descriptive

6. Click ปม Post Hoc เพอเลอกวธเปรยบเทยบพหคณ (multiple comparison) ซงสามารถเลอกไดหลายวธ แตเวลานำาเสนอผลการวเคราะห ให

7. Click ปม Continue

ภาพประกอบ 25

ผลทไดจากการใชคำาสง One way ANOVA

ภาพประกอบ 26

จากตาราง ANOVA1. ตวแปร Anxiety : พบวา คา F = .435 sig = .649

(>.05)ซงแสดงวา ครอาจารยทอยในโรงเรยนขนาดการตางกน ม

149

8. กดปม OK

ความวตกกงวลในการทำางานไมแตกตางหน (หรอแตกตางกนอยางไมมนยสำาคญทางสถต)

2. ตวแปร Eanxiety : พบวา คา F = .723 sig = .488 (>.05) แสดงวา วา ครอาจารยทอยในโรงเรยนขนาดการตางกน มความวตกกงวลในเหตการณไมแตกตางหน (หรอแตกตางกนอยางไมมนยสำาคญทางสถต)

ซงถาผลการวเคราะหออกมาเชนน ไมจำาเปนตองไปด ผลการเปรยบเทยบพหคณ เพราะการทดสอบโดยภาพรวมไมไมคใดแตกตางกน

ในบางครงถงเราอาจพบวา การทดสอบโดยรวมไมมนยสำาคญทางสถต แตเราอาจพบวาผลการเปรยบเทยบพหคณ มบางคแตกตางกนอยางมนยสำาคญทางสถต ในกรณอยางนเรากจะไมนำามาสรปวามนยสำาคญทางสถต

150

ภาพประกอบ 27

การวเคราะห Two –Way ANOVA1. Analyze > General Linear Model > Univariate

ภาพประกอบ 28

151

จะได หนาจอดดงภาพประกอบ 28

ภาพประกอบ 29ใหเลอกตวแปร morale(morel) ไปไวทชอง Dependent Variable เพอเปนตวแปรตาม และเลอก sex และ experience groups เพอ เปนตวแปรอสระ ในชอง Fixed Factor(s)

2. ให Click ท Model จะได

152

ภาพประกอบ 301) Specify Model มเลอก 2 ทาง คอ Full factorial และ

Custom ซงตองเลอกเพยงอยางเดยว 1.1 ) Full factorial : จะไดคาอทธพลของแตละ

ตวแปร(Main effects) และ ปฏสมพนธ(Interaction)ครบทกแบบ1.2) Custom : ตองกำาหนดเองวาตองการวเคราะหคา

อทธพลใดบาง ทง Main effect และ Interactionซงตองกำาหนดใน ชองของ Model เอาเอง

ในทน กำาใหเลอก Full factorial และ Click ท Continue จะกลบไปยงหนาจอดงภาพประกอบ 29

- Post Hoc.. จะเปนการเปรยบเทยบพหคณ เชนเดยวกบ One – Way ANOVA ในกรณทตวแปรอสระตวใดแบงออกเพยง 2 กลม กไมจำาเปนตองนำาไปเปรยบเทยบพหคณ เพราะผลทไดจากากรวเคราะห Main effect กจะบอกอยแลววาแตกตางกนอยางมนยสำาคญทางสถตหรอไม (ไดผลเชนเดยวกบการทดสอบ t-test ) ในตวแปร SEX และ Experience groups แตละตวแปรมเพยงสองกลม ดงนนในทนเราจงไมจำาเปนตองนำาไป เปรยบเทยบพหคณ

- Contrasts เปนการระบตวแปรเพอทดสอบความแตกตาง โดยสามารถเลอกชนดของ Contrast ได

3.ให Click ท Plot จะไดดงภาพประกอบ 31

153

ภาพประกอบ 31ใหเลอก SEX ไปท Horizontal Axis (แกนนอน) และเลอก

Exp2 ไปท Separate Line (เสนกราฟแยกตามประสบการณ) และ Click ท Add หลงจากนนให Click ท Continue จะกลบไปยงหนาจอ Univariate ภาพประกอบ ดงภาพประกอบ 29

4. Click ท Options

154

ภาพประกอบ 32จากภาพประกอบ 32 เลอก Over all ไปท Display mean

for : เพอดคาเฉลย และท Display ใหเลอก Descriptive statistics เพอดคาสถตพรรณนา หลงจากนน ให Click ท Continue จะกลบไปทภาพประกอบ 29 และให Click ทปม OK จะไดผลการวเคราะหดงน

Univariate Analysis of VarianceBetween-Subjects Factors

female 108male 162low 123high 147

01

SEX

1.002.00

experiancegroups

Value Label N

Descriptive Statistics

Dependent Variable: morale

4.4286 1.51646 424.7273 2.19472 664.6111 1.95670 1085.9630 2.11213 814.4815 2.23109 815.2222 2.28959 1625.4390 2.05716 1234.5918 2.21067 1474.9778 2.17955 270

experiance groupslowhighTotallowhighTotallowhighTotal

SEXfemale

male

Total

Mean Std. Deviation N

Tests of Between-Subjects Effects

Dependent Variable: morale

115.379a 3 38.460 8.800 .0006035.457 1 6035.457 1381.031 .000

21.978 1 21.978 5.029 .02626.087 1 26.087 5.969 .01549.787 1 49.787 11.392 .001

1162.488 266 4.3707968.000 2701277.867 269

SourceCorrected ModelInterceptEXP2SEXSEX * EXP2ErrorTotalCorrected Total

Type III Sumof Squares df Mean Square F Sig.

R Squared = .090 (Adjusted R Squared = .080)a.

Estimated Marginal Means

155

Grand Mean

Dependent Variable: morale

4.900 .132 4.640 5.160Mean Std. Error Lower Bound Upper Bound

95% Confidence Interval

Profile PlotsEstimated Marginal Means of morale

SEX

malefemale

Estim

ated

Mar

gina

l Mea

ns

6.5

6.0

5.5

5.0

4.5

4.0

experiance groups

low

high

156

การวเคราะหคาสหสมพนธเพยรสน(Pearson Product Moment Correlation)

การวเคราะหคาสหสมพนธเพยรสนเปนการวเคราะหเพอหาความสมพนธระหวางตวแปร โดยทงสองตวแปรจะตองมระดบการวดตงแตอนตรภาคขนไป

ภาพประกอบ 28ขนตอนการวเคราะหAnalyze > Correlate > Bivariat

ผลการใชคำาสงตามขนตอน

157

ใหเลอกตวแปรทเราตองการหาความสมพนธในชอง มาไวในชอง ในทนใหทานเลอกตวแปร eanxiety anxiety stress หลงจากนนให Click ท ปม OK

158

ภาพ

Correlation Coefficients หมายถง คาสหสมพนธทเราตองปารวเคราะห โดยปกตโปรแกรมจะเลอก คาสหสมพนธของเพยรสน Test of Significant หมายถง เลอกวาจะทดสอบนยสำาคญทาสถตเปนแบบ หางเดยว (One tailed) หรอ สองหาง (Two tailed)

ภาพประกอบ 30

ผลการวเคราะห จากการประมวลผล ดงปรากฏในภาพประกอบ 31

ภาพประกอบ 31 Pearson Correlation หมายถง คาสหสมพนธเพยรสน ระดบนยสำาคญทางสถต ถามคา นอยกวาหรอเทากบ .05

แสดงวาคาสหสมพนธนนมนยสำาคญทางสถต แตถาหมากกวา .05 คาสหสมพนธนนไมมนยสำาคญทางสถต

159

Click

N หมายถง จำากลมตวอยางทเขากระบวนการวเคราะห

จากภาพประกอบ 31 ผลการวเคราะหคาสหสมพนธพบวา ตวแปร EANXIRTY มความสมพนธทางบวกกบตวแปร

ANXIETY อยางมนยสำาคญทางสถตทระดบ .05 โดย มคาสหสมพนธเพยรสนเทากบ .269

ตวแปร EANXIRTY ไมมความสมพนธกบตวแปร stress (r= .047,sig >.05) หรอมความสมพนธกนอยางไมมนยสำาคญทางสถต

ANXIETY ไมมความสมพนธกบตวแปร STRESS (r= .086,sig >.05) หรอมความสมพนธกนอยางไมมนยสำาคญทางสถต

การวเคราะห ไค-สแควร (Chi - Square)

การทดสอบ ไค-สแควร มการทดสอบ 2 กรณคอ1. กรณตวแปรเดยว เปนการทดสอบเพอดวาความถท

สงเกตไดแตกตางจากความททคาดหวงหรอไม หรอ อาจกลาวไดวาจำานวน ความถหรอสดสวนทปรากฏในแตละกลมนนแตกตางกนหรอไม

2. กรณ 2 ตวแปร เปนการทดสอบความสมพนธระหวางตวแปรสองตวทขอมลอยในรปจำานวน ความถ หรอรอยละ

160

ขนตอนการวเคราะห กรณตวแปรเดยว

Analyze > Nonparametric > Chi-Squareสมมตฐานการวจยจำานวนครอาจารยมระดบความวตกกงวลในสถานการณแตกตาง

กน

ภาพประกอบ 32ผลการใชคำาสง

161

ภาพประกอบ 33

Test Variable List หมายถงตวแปรทเราตองการทดสอบ สามารถเลอกได 1 ตว ตวแปรทใช

ควรเปนตวแปรชนด category เชน เพศ อาชพ ศาสนา หรอตวทมขอมลเปนจำานวนหรอความถ ในทนเลอกตวแปร e1 ซงเปนขอคำาถามเกยวกบความวตกกงวลในสถานการณของครอาจารย โดยมระดบความวตกกงวลตงแตนอยทสด (1) จนถงมากทสด (5) โดยขอมลทไดในแตละระดบจะเปนความถ

Expect Range หมายถง เปนการระบชวงของคาตวแปรทตองการวเคราะห สามารถเลอกไดทาง

ใดทางหนงGet from data หมายถง จะวเคราะหทกคาของตวแปร เชน

อาชพ ม 5 อาชพ กจะนำาตวแปรอาชพ ทมคาทง 5 มาวเคราะห ในกรณนนำาตวแปร e1 มาวเคราะหซงมทงหมด 5 ระดบ

162

Use Specific range หมายถง เลอกคาบางคาของตวแปรมาวเคราะห ซงตองระบคาตำาสดและ

สงสดของตวแปร เชน อาชพ กำาหนดคาตำาสด (Lower) มคาเปน 1 และคาสงสด(Uper) มคาเปน 3 หมายถงนำาเฉพาะ 3 อาชพแรกเทานนมาวเคราะห

Expected Value เปนการระบคาทคาดหวง (E) ของแตละคาตวแปร หรอระบคาสดสวนของแต

ละคาของตวแปร โดยมทางเลอก 2 ทาง คอAll Categories equal หมายถง ตองการทดสอบวาจำานวน ความถหรอสดสวนของระดบตาง

ของตวแปร ในแตละกลมเทากนหรอไมValue หมายถง ตองการทดสอบวาสดสวนของแตละระดบหรอกลมเปนไปตามทคาดไว

หรอไม โดยตองระบสดสวน จำานวน หรอความถลงไปในแตระดบหรอกลม โดย

กำาหนดทละคาของแตระละดบหรอกลม แลว Click ทปม Addในทนจะเปนการทดสอบ ตวแปร e1 โดยใช All categories

equal ซงเปนการทดสอบวาจำานวนของครอาจารยในแตละระดบเทากนหรอไม เมอกำาหนดคาตางเสรจแลว ให Click ท ปม OK ผลทไดดงปรากฏในภาพประกอบ 34

163

ภาพประกอบ 34

ตาราง แสดงความถ โดยObserved N หมายถง จำานวนความถจากการสงเกต(O) หรอความถทไดจากการเกบรวบรวมขอมลExpectd N หมายถง ความถคาดหวง (E) ซงในทนในแตละระดบมคาเทากนหมดคอ 18 คนResidual หมายถง ผลตางระหวางความถจาการสงเกตกบความถคาดหวง (O -E)

ผลการวเคราะห Chi – square หมายถง คาสถตไคสแควร ซงพบวามคา

เทากบ 23.333df หมายถง คาองศาอสระ มาจาก K-1 (จำานวน

กลมหรอระดบลบดวยหนง)

164

Asymp.Sig หมายถงระดบนยสำาคญทางสถต ของคาไคสแควร (23.33) ซงพบวา

มคาตำากวา .05 (Sig = .000) จงปฏเสธ H0 : จวนของครอาจารยในแตละระดบมคาเทากน และยอมรบ H1 : จำานวนครอาจารยในแตละระดบแตกตางกน

ผลการทดสอบสมมตฐาน สรปไดวา จำานวนครอาจารยในละระดบ(กลม)แตกตางกนอยางมนยสำาคญทางสถตทระดบ .01

การทดสอบกรณ 2 ตวแปร เปนการทดสอบเพอดวาตวแปรสองตวมความสมพนธกนหรอไมขนตอนการทดสอบ

Analyze > Descriptive Statistics > Crosstabs

ภาพประกอบ 35

165

ผลทไดจาการใชคำาสง ดงภาพประกอบ 36

ภาพประกอบ 36

ตวแปรทมอยทงหมดใน File ขอมล Row หมายถง ตวแปรทเราตองการทดสอบหาความสมพนธ แตกำาหนดใหเปนสวนแถวของตารางผลการวเคราะหColums หมายถง ตวแปรทเราตองการทดสอบหาความสมพนธ แตกำาหนดใหเปนสวน Column ของตารางผลการวเคราะห

ในภาพประกอบ 36 นผวจยสนใจทจะทดสอบความสมพนธระหวางเพศกบความวตกกงวลในสถานการณ (Geanxie) ซงเดมตวแปรนมการ Recode ใหมขอมลเปนความความถ ซงจะทำาใหตวแปร

166

เปนตวแปรชนด Category โดยกำาหนดใหเพศ อยใน Row(s) และ geanxie อยท Column(s) หลงจากนน ให Click ท ปม Statistics... ไดจะปรากกฎดงภาพประกอบ 37

ภาพประกอบ 37จากภาพประกอบ 37 ให check ท Chi-square และ

Click ท Continue จะไดผลกลบไปเหมอนภาพประกอบ 36 แลว Click ท ปม Cells... จะปรากฏผลดงภาพประกอบ 38

167

ภาพประกอบ 38

จากภาพประกอบ 38 ให Check ท Observed และ Expected เพอใหแสดงคาทสงเกตไดกบคาคาดหวง แตถาตองการใหแสดงคารอยละดวยให Check ท กลม Percentage หลงจากนนให Click ท Continueผลการวเคราะหดงภาพประกอบ 39 - 40

ภาพประกอบ 39เปนการแสดงคาความถทไดจากสงเกต()และคาความถทคาด

หวง() จำาแนกตามกลมของตวแปรทงสองตวแปร

ภาพประกอบ 40

168

จากภาพประกอบ 40 เปนผลการวเคราะห คา ไคสแควร (ด Pearson Chi-Square) พบวา มคาเทากบ 19.469 , df = 4 sig = .001 แสดงวา ตวแปรเพศและความวตกกงวลมความสมพนธกนอยางมนยสำาคญทางสถตทระดบ .001 หรอกลาวไดวา ความวตกกงวลใสถานการณขนอยกบเพศ

169

Recommended